เมื่อจิตตื่นเข้าใจธรรมแจ้งล้ำค่า
จงก้าวตามพระพุทธะบำเพ็ญหนา
หลักธรรมจริงสงบนิ่งพิจารณา
เกิดปัญญาธรรมกำราบปราบมารภัย
เราคือ
...
จี้เตียนเหอซั่ง รับบัญชาจาก
พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่ฉงเต๋อฝอเอวี้ยน
น้อมกายกตัญชลี องค์มารดาแล้ว ถามศิษย์รักทุกคน สุขสบายดีไหม
น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง
ฮา ฮา
คิมหันต์ย่างกรายเข้าวาโยร้อน
จิตใจมนุษย์ร้อนรุ่มกลัดกลุ้มหนา
จิตสับสนพะวงใจในภัยนา
หรือจะถึงวันสิ้นโลกวิโยคใจ
เมื่อจิตใจมิสงบยากจะพบ
หนทางออกแห่งปัญญาพบจริงแท้
จริตคนแตกต่างกันแน่แท้
แต่จิตเดิมมิเคยแปรคือพุทธา
ในปัจจุบันโลกโลกีย์ต่างวุ่นวาย
ผู้คนจิตและกายทำผิดศีล
กายและจิตมิบริสุทธิ์ในศีล
จึงถวิลในความทุกข์พามัวเมา
ดังนั้นฟ้าเมตตาปรกธรรมา
ลงสู่โลกาในกาลครั้งนี้
หวังฉุดช่วยพุทธบุตรคนดี
หวังฉุดช่วยสาธุชนนี้กลับนิพพาน
ด้วยอาศัยบุญสัมพันธ์ธรรมได้รับ
และพร้อมจับสายทองให้มั่น
กายประพฤติอยู่ในศีลกุศลทาน
ใจบำเพ็ญกุศลจิตให้งดงาม
ชาตินี้โอกาสดียลมาถึง
จงศึกษาธรรมซาบซึ้งให้ตื่นแจ้ง
ออกบำเพ็ญด้วยศรัทธาจริงลงแรง
จิตสำแดงศรัทธาจริงฉุดช่วยคน
กาลยุคสามธรรมกอบกู้มวลเวไนย
ให้ได้กลับคืนนิพพานในชาตินี้
จงตั้งมั่นจิตแห่งธรรมของศิษย์นี้
บำเพ็ญให้พ้นโลกีย์ชาติสุดท้าย
เมื่อจิตธรรมบังเกิดท่ามกลางใจ
จงตั้งจิตสงบใสพินิจหนา
อนุตตรธรรมสูงส่งแลล้ำค่า
เมื่อจิตพิจารณาจึงรู้วาง
อย่ากังขาพาให้จิตเดินหลงทาง
อย่ากังขาพาให้จิตยึดมั่นถือมั่น
จงปลดเปลื้องทุกสิ่งพันธนาการ
จงตัดละวางนั้นให้ได้จริง
มีหลายคนมาต่างแดนเพื่อฟังธรรม
บุญสัมพันธ์ไกลหมื่นลี้ยังพบหนอ
เจ้ารู้ไหมอาจารย์นี้คอยเฝ้ารอ
เพื่อจะพบศิษย์รักหนอนานเท่าใด
จงรู้ว่าการเกิดตายนั้นเป็นทุกข์
พี่น้องพ่อแม่ทุกข์จากการพรากหนา
เหตุผลแปรผันตามกฎกรรมนา
พี่น้องบิดามารดาต่างฆ่ากัน
โดยมิรู้นั่นคือพ่อแม่ตน
โดยมิรู้นั่นคือผลกรรมสร้าง
โดยมิรู้พี่น้องถูกอำพราง
โดยมิรู้จึงสร้างกรรมมากมาย
เวียนเกิดตายในหกช่องทางวิถี
เวียนเกิดตายอยู่อย่างนี้ภพภูมิหนา
ดังนั้นธรรมคำกล่าวที่กล่าวมา
หวังมวลศิษย์พิจารณาให้เข้าใจ
หลักธรรมจริงพึงศึกษาให้เอาจริง
บำเพ็ญจริงจึงสามารถหลุดพ้น
เมื่อชาตินี้บำเพ็ญธรรมอย่าสับสน
ใช้ไตรรัตน์ภายในตนให้ชัดเจน
ได้รับไตรรัตน์วิถีแห่งจิต
นั้นคือย้อนมองจิตให้รู้ตื่น
จากความหลงแล้วกลับใจธรรมฟูฟื้น
เพื่อกลับคืนยังพุทธจิตแห่งมารดา
ไตรรัตน์สูงล้ำค่าประมาณมิได้
มิอาจใช้เงินตรามาวัดหนา
มอบให้ศิษย์หวังมวลศิษย์ทบทวนนา
อย่าหลงลืมไตรรัตน์หนากาลคับขัน
ทุกขณะจิตศิษย์ต้องรู้หมั่นทบทวน
เมื่อทบทวนจึงจดจำได้ดีหนา
เมื่อยามใช้ถูกต้องชัดเจนนา
อย่าได้ใช้ผิดทางไปจดจำไว้
สำคัญยิ่งอย่าทิ้งขว้างหนาศิษย์รัก
ให้ตระหนักเมื่อรับธรรมจงถนอม
ภายในจิตเมื่อบำเพ็ญต้องอ่อนน้อม
แลยินดีและยินยอมออกบำเพ็ญ
ใช้เวลาและชีวิตมีความหมาย
จนสุดท้ายชีวิตพบวิมุตติสุข
ชาติปัจจุบันสร้างบุญศีลคลายทุกข์
เพื่อเข้าสู่บรมสุขในวันหน้า
เปิดใจฟังอย่ายึดมั่นถือมั่น
ทุกสิ่งอย่างในโลกนี้อนิจจังหนา
ตื่นเถิดศิษย์วันนี้บำเพ็ญธรรมา
อย่าชักช้าให้เวลานั้นสายเกิน
เข้าใจไหม
ศิษย์รักเอ๋ย…
อาจารย์ได้ฟังศิษย์ขับร้องเพลง “ศิษย์เราอย่ากลัว” อาจารย์รู้ว่าศิษย์นั้นคำนึงถึงอาจารย์ เสียงที่ขับร้องออกมาจากใจจริงใช่ไหม แต่มีบางคนร้องตามตัวอักษร ถึงจะอย่างไร เพลงธรรมะสามารถชี้ทางสว่างแห่งจิตใจได้ ศิษย์ร้องเพลงมิเพื่อความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว ต้องเข้าใจในเนื้อหาหลักธรรมด้วย อย่าลืม
ก่อนอาจารย์จะจากลา คำกล่าวทุกคำล้วนแต่ห่วงใย เจ้าบำเพ็ญปฏิบัติงานธรรม ตั้งใจปฏิบัติจริงใช่ไหม ตั้งใจบำเพ็ญจิตของตนจริงใช่ไหม อย่างนี้อาจารย์ก็วางใจ
เร่งรีบบำเพ็ญ…ก่อนเวลาจะสายเกิน
เร่งรีบบำเพ็ญ…จิตของตนให้บริสุทธิ์
เร่งรีบ…เจริญปณิธานให้ลุล่วง
เร่งรีบดำเนิน…ฉุดช่วยเวไนยก่อนภัยจะเข้าใกล้
เร่งรีบบำเพ็ญ…เร่งรีบบำเพ็ญ แล้วก็เร่งรีบบำเพ็ญ ปฏิบัติจริง
ศิษย์รู้ไหม…
เจ้าทั้งหลาย…บ่มเพาะคุณธรรมเพียงใดแล้ว
เจ้าทั้งหลาย…มีจิตสำนึกคุณฟ้าเบื้องบนอยู่เสมอไหม
เจ้าทั้งหลาย…เหล่าอิ๋วเถียวมากมายเท่าใด
เจ้าทั้งหลาย…บำเพ็ญธรรมสิบปี สิบห้าปี ยี่สิบปี สามสิบปี
พุทธระเบียบยังมิเคร่งครัดได้อย่างไร
งานพุทธะยังมิรู้ความได้อย่างไร
อาจารย์นี้ถูกพระแม่องค์ธรรมกำชับมา กำชับอีก เหตุใดหนอ ศิษย์พุทธจี้กง ยังบำเพ็ญธรรมมิก้าวหน้า พัฒนาจิต เหตุใดหนอ หรือคุณธรรมบารมีอาจารย์นี้ยังมิพอ ที่จะอบรมกล่อมเกลาศิษย์ให้ดีแท้จริง
อาจารย์รู้ว่าศิษย์ทุกคนเพียรพยายาม ตั้งใจบำเพ็ญ ปฏิบัติธรรม ช่วยงานธรรมอย่างสุดใจ อุทิศทุ่มเทมิเคยยึดหมาย มีแต่จิตเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ใช่ไหม
ก่อนจากกัน เตี่ยนฉวนซือทุกคนมาข้างหน้า อาจารย์มิกล้าเรียกร้องสิ่งใดจากเจ้า แต่ที่จะบอกคือภาระหน้าที่ที่แบกคานอยู่ เทียนมิ่งสูงส่งศักดิ์สิทธิ์ อย่าดูเบา ทุกขณะจิตบำเพ็ญจิตไร้อัตตาตัวตน เจริญธรรม บุกเบิกต้องรู้กำหนดทิศทาง รู้ทิศทางที่จะบุกเบิก งานอริยะที่คนธรรมดามิอาจจะเข้าใจ เข้าถึง เจ้ายิ่งจะต้องมุ่งมั่นประกาศหลักธรรม เห็นไหมว่ามีหลายคนเดินผิดทาง และก้าวผิดทาง
ดังนั้น อาจารย์เตือนด้วยความห่วงใย เท้าที่ก้าวเดินทุกรอยเท้าติดตามเจ้ามากมายนัก จึงต้องเป็นแบบอย่างที่สง่างาม เลียนแบบอย่างปู้ซิวสีผูซ่า เข้มงวดตน ผ่อนปรนผู้อื่น ถือหลักพรหมวิหารสี่ในจิตใจ
เข้าใจไหม
เจี่ยงซือทุกคนตั้งใจฟังให้ดี เป็นสะพานเชื่อมอาวุโสกับผู้น้อย จุดยืนฐานอย่าเอียงออกไกล อรรถาธรรมในทุกครั้งให้ถูกต้องชัดเจน มิเอนเอียงหลักธรรม เหตุผลจริง ธรรมะจริง พระโองการฟ้าจริง จะต้องยึดถือ จดจำไว้ในจิต หลักธรรมสามารถกล่อมเกลาจิตใจตนแลผู้อื่นได้แท้จริง
การอรรถา สิ่งใดมิกลมกลืน มิควรกล่าว หยุดกล่าว ยิ่งเป็นอาจารย์บรรยายจะเอาแต่ใจมิได้เลย จะหละหลวมกาย วาจา ใจ มิสุภาพอ่อนน้อม อ่อนโยนมิได้ สำรวมมิว่าอยู่ที่แจ้งหรือที่ลับตาผู้คน อย่าหละหลวมโดยเด็ดขาด เหตุใดรู้ไหม เพราะว่ามีผลต่อการอรรถาธรรมของศิษย์เอง
การบำเพ็ญจิตต้องพัฒนา การปฏิบัติกายต้องสำรวม เจริญปณิธาน มิลังเล ผัดวันประกันพรุ่ง พลาดโอกาสเจริญธรรมสร้างบุญกุศลจะทำอย่างไร เจี่ยงซือรู้หน้าที่พึงกระทำให้สมบูรณ์
เข้าใจไหม
ก่อนจากลา ศิษย์รักเอ๋ย…ศิษย์รักเอ๋ย…ศิษย์รักเอ๋ย…
อาจารย์จะจากเจ้าทุกคนกลับผิงซัน การจากลาเป็นการจากลาที่ยากเกินจะบรรยายได้ ศิษย์ทุกคน เมื่อบำเพ็ญเจอกับความทุกข์ อุปสรรคที่ขวางกั้น จงชนะ ฝ่าฟันพ้นข้ามไป หนทางธรรมผู้ได้รับ รู้ดีว่ามีการทดสอบ มีมารผจญ ขอให้ศิษย์เกิดปัญญาธรรมในทุกครั้ง
และวันนี้เป็นวันปีใหม่ไทย คำอวยพรแห่งอาจารย์ อวยพรให้ศิษย์รักโชคดี ในทุกปี มีชีวิตที่ราบรื่น ผาสุก บำเพ็ญธรรมบรรลุมรรคผล และเมื่อสามเดือนก่อนมีครอบครัวใดประสบอุบัติเหตุ มีครอบครัวใดที่บิดามารดาล้มเจ็บป่วยลง นั่นคือเหตุต้นผลกรรม
เข้าใจไหม
อาจารย์ห่วงใยชีวิตศิษย์ทุกคน กลัวว่าศิษย์จับมืออาจารย์ไว้ไม่มั่นคง และถดถอยออกจากอาณาจักรธรรม เจ้าเอ๋ย…อย่าได้เป็นเช่นนั้นเลย เมื่อเข้าสู่ประตูธรรม อย่าออกจากประตูธรรมไป
เข้าใจไหม
จากลา
ฮา ฮา ถอย
พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์
พระโอวาทจี้เตียนเหอซั่ง
ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 3 วัน
ณ ฉงเต๋อฝอเอวี้ยน จ.นครปฐม
วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ.2555
จงก้าวตามพระพุทธะบำเพ็ญหนา
หลักธรรมจริงสงบนิ่งพิจารณา
เกิดปัญญาธรรมกำราบปราบมารภัย
เราคือ
...
จี้เตียนเหอซั่ง รับบัญชาจาก
พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่ฉงเต๋อฝอเอวี้ยน
น้อมกายกตัญชลี องค์มารดาแล้ว ถามศิษย์รักทุกคน สุขสบายดีไหม
น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง
ฮา ฮา
คิมหันต์ย่างกรายเข้าวาโยร้อน
จิตใจมนุษย์ร้อนรุ่มกลัดกลุ้มหนา
จิตสับสนพะวงใจในภัยนา
หรือจะถึงวันสิ้นโลกวิโยคใจ
เมื่อจิตใจมิสงบยากจะพบ
หนทางออกแห่งปัญญาพบจริงแท้
จริตคนแตกต่างกันแน่แท้
แต่จิตเดิมมิเคยแปรคือพุทธา
ในปัจจุบันโลกโลกีย์ต่างวุ่นวาย
ผู้คนจิตและกายทำผิดศีล
กายและจิตมิบริสุทธิ์ในศีล
จึงถวิลในความทุกข์พามัวเมา
ดังนั้นฟ้าเมตตาปรกธรรมา
ลงสู่โลกาในกาลครั้งนี้
หวังฉุดช่วยพุทธบุตรคนดี
หวังฉุดช่วยสาธุชนนี้กลับนิพพาน
ด้วยอาศัยบุญสัมพันธ์ธรรมได้รับ
และพร้อมจับสายทองให้มั่น
กายประพฤติอยู่ในศีลกุศลทาน
ใจบำเพ็ญกุศลจิตให้งดงาม
ชาตินี้โอกาสดียลมาถึง
จงศึกษาธรรมซาบซึ้งให้ตื่นแจ้ง
ออกบำเพ็ญด้วยศรัทธาจริงลงแรง
จิตสำแดงศรัทธาจริงฉุดช่วยคน
กาลยุคสามธรรมกอบกู้มวลเวไนย
ให้ได้กลับคืนนิพพานในชาตินี้
จงตั้งมั่นจิตแห่งธรรมของศิษย์นี้
บำเพ็ญให้พ้นโลกีย์ชาติสุดท้าย
เมื่อจิตธรรมบังเกิดท่ามกลางใจ
จงตั้งจิตสงบใสพินิจหนา
อนุตตรธรรมสูงส่งแลล้ำค่า
เมื่อจิตพิจารณาจึงรู้วาง
อย่ากังขาพาให้จิตเดินหลงทาง
อย่ากังขาพาให้จิตยึดมั่นถือมั่น
จงปลดเปลื้องทุกสิ่งพันธนาการ
จงตัดละวางนั้นให้ได้จริง
มีหลายคนมาต่างแดนเพื่อฟังธรรม
บุญสัมพันธ์ไกลหมื่นลี้ยังพบหนอ
เจ้ารู้ไหมอาจารย์นี้คอยเฝ้ารอ
เพื่อจะพบศิษย์รักหนอนานเท่าใด
จงรู้ว่าการเกิดตายนั้นเป็นทุกข์
พี่น้องพ่อแม่ทุกข์จากการพรากหนา
เหตุผลแปรผันตามกฎกรรมนา
พี่น้องบิดามารดาต่างฆ่ากัน
โดยมิรู้นั่นคือพ่อแม่ตน
โดยมิรู้นั่นคือผลกรรมสร้าง
โดยมิรู้พี่น้องถูกอำพราง
โดยมิรู้จึงสร้างกรรมมากมาย
เวียนเกิดตายในหกช่องทางวิถี
เวียนเกิดตายอยู่อย่างนี้ภพภูมิหนา
ดังนั้นธรรมคำกล่าวที่กล่าวมา
หวังมวลศิษย์พิจารณาให้เข้าใจ
หลักธรรมจริงพึงศึกษาให้เอาจริง
บำเพ็ญจริงจึงสามารถหลุดพ้น
เมื่อชาตินี้บำเพ็ญธรรมอย่าสับสน
ใช้ไตรรัตน์ภายในตนให้ชัดเจน
ได้รับไตรรัตน์วิถีแห่งจิต
นั้นคือย้อนมองจิตให้รู้ตื่น
จากความหลงแล้วกลับใจธรรมฟูฟื้น
เพื่อกลับคืนยังพุทธจิตแห่งมารดา
ไตรรัตน์สูงล้ำค่าประมาณมิได้
มิอาจใช้เงินตรามาวัดหนา
มอบให้ศิษย์หวังมวลศิษย์ทบทวนนา
อย่าหลงลืมไตรรัตน์หนากาลคับขัน
ทุกขณะจิตศิษย์ต้องรู้หมั่นทบทวน
เมื่อทบทวนจึงจดจำได้ดีหนา
เมื่อยามใช้ถูกต้องชัดเจนนา
อย่าได้ใช้ผิดทางไปจดจำไว้
สำคัญยิ่งอย่าทิ้งขว้างหนาศิษย์รัก
ให้ตระหนักเมื่อรับธรรมจงถนอม
ภายในจิตเมื่อบำเพ็ญต้องอ่อนน้อม
แลยินดีและยินยอมออกบำเพ็ญ
ใช้เวลาและชีวิตมีความหมาย
จนสุดท้ายชีวิตพบวิมุตติสุข
ชาติปัจจุบันสร้างบุญศีลคลายทุกข์
เพื่อเข้าสู่บรมสุขในวันหน้า
เปิดใจฟังอย่ายึดมั่นถือมั่น
ทุกสิ่งอย่างในโลกนี้อนิจจังหนา
ตื่นเถิดศิษย์วันนี้บำเพ็ญธรรมา
อย่าชักช้าให้เวลานั้นสายเกิน
เข้าใจไหม
ศิษย์รักเอ๋ย…
อาจารย์ได้ฟังศิษย์ขับร้องเพลง “ศิษย์เราอย่ากลัว” อาจารย์รู้ว่าศิษย์นั้นคำนึงถึงอาจารย์ เสียงที่ขับร้องออกมาจากใจจริงใช่ไหม แต่มีบางคนร้องตามตัวอักษร ถึงจะอย่างไร เพลงธรรมะสามารถชี้ทางสว่างแห่งจิตใจได้ ศิษย์ร้องเพลงมิเพื่อความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว ต้องเข้าใจในเนื้อหาหลักธรรมด้วย อย่าลืม
ก่อนอาจารย์จะจากลา คำกล่าวทุกคำล้วนแต่ห่วงใย เจ้าบำเพ็ญปฏิบัติงานธรรม ตั้งใจปฏิบัติจริงใช่ไหม ตั้งใจบำเพ็ญจิตของตนจริงใช่ไหม อย่างนี้อาจารย์ก็วางใจ
เร่งรีบบำเพ็ญ…ก่อนเวลาจะสายเกิน
เร่งรีบบำเพ็ญ…จิตของตนให้บริสุทธิ์
เร่งรีบ…เจริญปณิธานให้ลุล่วง
เร่งรีบดำเนิน…ฉุดช่วยเวไนยก่อนภัยจะเข้าใกล้
เร่งรีบบำเพ็ญ…เร่งรีบบำเพ็ญ แล้วก็เร่งรีบบำเพ็ญ ปฏิบัติจริง
ศิษย์รู้ไหม…
เจ้าทั้งหลาย…บ่มเพาะคุณธรรมเพียงใดแล้ว
เจ้าทั้งหลาย…มีจิตสำนึกคุณฟ้าเบื้องบนอยู่เสมอไหม
เจ้าทั้งหลาย…เหล่าอิ๋วเถียวมากมายเท่าใด
เจ้าทั้งหลาย…บำเพ็ญธรรมสิบปี สิบห้าปี ยี่สิบปี สามสิบปี
พุทธระเบียบยังมิเคร่งครัดได้อย่างไร
งานพุทธะยังมิรู้ความได้อย่างไร
อาจารย์นี้ถูกพระแม่องค์ธรรมกำชับมา กำชับอีก เหตุใดหนอ ศิษย์พุทธจี้กง ยังบำเพ็ญธรรมมิก้าวหน้า พัฒนาจิต เหตุใดหนอ หรือคุณธรรมบารมีอาจารย์นี้ยังมิพอ ที่จะอบรมกล่อมเกลาศิษย์ให้ดีแท้จริง
อาจารย์รู้ว่าศิษย์ทุกคนเพียรพยายาม ตั้งใจบำเพ็ญ ปฏิบัติธรรม ช่วยงานธรรมอย่างสุดใจ อุทิศทุ่มเทมิเคยยึดหมาย มีแต่จิตเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ใช่ไหม
ก่อนจากกัน เตี่ยนฉวนซือทุกคนมาข้างหน้า อาจารย์มิกล้าเรียกร้องสิ่งใดจากเจ้า แต่ที่จะบอกคือภาระหน้าที่ที่แบกคานอยู่ เทียนมิ่งสูงส่งศักดิ์สิทธิ์ อย่าดูเบา ทุกขณะจิตบำเพ็ญจิตไร้อัตตาตัวตน เจริญธรรม บุกเบิกต้องรู้กำหนดทิศทาง รู้ทิศทางที่จะบุกเบิก งานอริยะที่คนธรรมดามิอาจจะเข้าใจ เข้าถึง เจ้ายิ่งจะต้องมุ่งมั่นประกาศหลักธรรม เห็นไหมว่ามีหลายคนเดินผิดทาง และก้าวผิดทาง
ดังนั้น อาจารย์เตือนด้วยความห่วงใย เท้าที่ก้าวเดินทุกรอยเท้าติดตามเจ้ามากมายนัก จึงต้องเป็นแบบอย่างที่สง่างาม เลียนแบบอย่างปู้ซิวสีผูซ่า เข้มงวดตน ผ่อนปรนผู้อื่น ถือหลักพรหมวิหารสี่ในจิตใจ
เข้าใจไหม
เจี่ยงซือทุกคนตั้งใจฟังให้ดี เป็นสะพานเชื่อมอาวุโสกับผู้น้อย จุดยืนฐานอย่าเอียงออกไกล อรรถาธรรมในทุกครั้งให้ถูกต้องชัดเจน มิเอนเอียงหลักธรรม เหตุผลจริง ธรรมะจริง พระโองการฟ้าจริง จะต้องยึดถือ จดจำไว้ในจิต หลักธรรมสามารถกล่อมเกลาจิตใจตนแลผู้อื่นได้แท้จริง
การอรรถา สิ่งใดมิกลมกลืน มิควรกล่าว หยุดกล่าว ยิ่งเป็นอาจารย์บรรยายจะเอาแต่ใจมิได้เลย จะหละหลวมกาย วาจา ใจ มิสุภาพอ่อนน้อม อ่อนโยนมิได้ สำรวมมิว่าอยู่ที่แจ้งหรือที่ลับตาผู้คน อย่าหละหลวมโดยเด็ดขาด เหตุใดรู้ไหม เพราะว่ามีผลต่อการอรรถาธรรมของศิษย์เอง
การบำเพ็ญจิตต้องพัฒนา การปฏิบัติกายต้องสำรวม เจริญปณิธาน มิลังเล ผัดวันประกันพรุ่ง พลาดโอกาสเจริญธรรมสร้างบุญกุศลจะทำอย่างไร เจี่ยงซือรู้หน้าที่พึงกระทำให้สมบูรณ์
เข้าใจไหม
ก่อนจากลา ศิษย์รักเอ๋ย…ศิษย์รักเอ๋ย…ศิษย์รักเอ๋ย…
อาจารย์จะจากเจ้าทุกคนกลับผิงซัน การจากลาเป็นการจากลาที่ยากเกินจะบรรยายได้ ศิษย์ทุกคน เมื่อบำเพ็ญเจอกับความทุกข์ อุปสรรคที่ขวางกั้น จงชนะ ฝ่าฟันพ้นข้ามไป หนทางธรรมผู้ได้รับ รู้ดีว่ามีการทดสอบ มีมารผจญ ขอให้ศิษย์เกิดปัญญาธรรมในทุกครั้ง
และวันนี้เป็นวันปีใหม่ไทย คำอวยพรแห่งอาจารย์ อวยพรให้ศิษย์รักโชคดี ในทุกปี มีชีวิตที่ราบรื่น ผาสุก บำเพ็ญธรรมบรรลุมรรคผล และเมื่อสามเดือนก่อนมีครอบครัวใดประสบอุบัติเหตุ มีครอบครัวใดที่บิดามารดาล้มเจ็บป่วยลง นั่นคือเหตุต้นผลกรรม
เข้าใจไหม
อาจารย์ห่วงใยชีวิตศิษย์ทุกคน กลัวว่าศิษย์จับมืออาจารย์ไว้ไม่มั่นคง และถดถอยออกจากอาณาจักรธรรม เจ้าเอ๋ย…อย่าได้เป็นเช่นนั้นเลย เมื่อเข้าสู่ประตูธรรม อย่าออกจากประตูธรรมไป
เข้าใจไหม
จากลา
ฮา ฮา ถอย
พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์
พระโอวาทจี้เตียนเหอซั่ง
ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 3 วัน
ณ ฉงเต๋อฝอเอวี้ยน จ.นครปฐม
วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ.2555
.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น